หนุ่ม ปาล์ม บวรเดช หล้าแหล่ง คนรุ่นใหม่หัวใจอาสา มุ่งมั่นพัฒนา เดินหน้า ประชาธิปไตย

78

 

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ว่าที่ผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1   จ.พิษณุโลก พรรคไทยรักษาชาติ หนุ่ม ปาล์ม บวรเดช หล้าแหล่ง หมายเลขเบอร์ 14 ที่มีดีกรีเป็นนักธุรกิจดังเจ้าของร้านทองของจังหวัดพิษณุโลกรวมถึงเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คนหนุ่มไฟแรงที่ขออาสารับใช้บ้านเรา คนพิษณุโลก เป็นสิ่งที่ดีเพื่ออนาคตของคนรุ่นใหม่           

บทบาทกับภาพของการออกช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดยามวิกฤต ในยูนิฟอร์มของอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูอย่างต่อเนื่อง โดยในการลงพื้นที่แต่ครั้งจะเข้าถึงปัญหาอย่างตรงจุด  และให้การช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ด้วยประสบการณ์ ทางด้านจิตอาสาที่ทุ่มเททำมาเป็นระยะเวลานาน  ได้พิสูจน์ถึงความเสียสละไปกับการอุทิศตนเพื่อสังคมในการทำงานจิตอาสาอย่างแท้จริง

คุณบวรเดช หล้าแหล่ง หรือปาล์ม เป็นเจ้าของธุรกิจร้านทองเก่าแก่รุ่นสอง แห่งเมืองสองแคว จ.พิษณุโลก การศึกษาจบปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยนเรศวรปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์ การปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง   ยังดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการตำรวจ ประจำจังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่อายุได้เพียง 25 ปี ซึ่ง ณ จุดนี้เองที่ทำให้ได้ค้นพบว่า ตนเองได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือประชาชน เป็นปากเสียงให้ชาวบ้านในการประสานงานกับตำรวจ จนกระทั่งต่อมา ได้เพิ่มบทบาทหน้าที่ให้ตัวเองโดยการเข้าไปรับหน้าที่รองนายกสมาคมข่าวช่างภาพ และได้รับความเอื้อเฟื้อจากมูลนิธิร่วมกตัญญู แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าจังหวัดพิษณุโลกของร่วมกตัญญู อีกทั้งยังได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งคุณปาล์มมีความรู้ความชำนาญเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เรามาอ่านแนวทางคนหนุ่มไฟแรงสิว่า การลงสมัคร ส.ส. ในครั้งนี้คุณปาล์มมีแนวคิดในการพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกของเราไปในทิศทางใดบ้าง

อะไรที่ทำให้คุณปาล์มก้าวเข้ามาสู่เวทีการเมือง

            ผมคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด และมีความพร้อมในทุกๆด้าน หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ในการทำงานอาสาช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้สัมผัสถึงความเป็นอยู่ของประชาชนที่ขาดโอกาสทางสังคมมากมาย ทั้งทางด้านปากท้อง การศึกษา และการเข้าถึงทางด้านสาธารณสุข ถึงแม้ว่าผมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เต็มความสามารถแต่ก็ยังมีประชาชนอีกมากมายที่ยังต้องการความช่วยเหลือ ทำให้ผมคิดได้ว่าสิ่งที่ผมตั้งใจทำนั้นจะต้องทำได้มากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ กิจกรรมช่วยเหลือสังคมยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อคราวเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้ระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธา จัดทำถุงยังชีพแจกชาวบ้านกว่า 1,000 ถุง และประสานงานนำเงินบริจาคจากมูลนิธิร่วมกตัญญูที่กรุงเทพมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านอีกหลายครัวเรือน ยิ่งทำให้ผมรู้ว่าในทุกๆครั้งที่ผมได้ทำงานอาสาเพื่อประชาชน สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือ ความสุขทางใจที่ผมได้รับ จึงทำให้ผมตัดสินใจลงสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ผมได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถที่มีแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกของเราให้เจริญก้าวหน้าในทุกๆด้าน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เหตุผลที่ลงสมัครพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)

พรรคไทยรักษาชาติมีจุดยืนประชาธิปไตยที่ชัดเจน เป็นพรรคที่มีบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งประสบการณ์ทางการเมือง ประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่างๆ ซึ่งมีความหลากหลาย ที่เป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติและคนรุ่นเก่ามีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน โดยมีหัวหน้าพรรคคือ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต สส.ขอนแก่น บุตรชายของ นายเฉลิมศักด์ พงษ์พานิช อดีต รมช.มหาดไทย ซึ่งท่านเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก และมีนายจารุรนต์ ฉายแสง เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และแกนนำพรรค อีกทั้งการมีนโยบายสาธารณะ อันเป็นประโยชน์กับประชาชนในทุกๆคน มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการนำพาประเทศสู่อนาคตที่เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของผมที่ต้องการเดินหน้าทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ

 

มีแนวคิดที่จะพัฒนาเมืองพิษณุโลกอย่างไรในอนาคต

ผมในฐานะคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการทำงานทางด้านการเมืองแบบสร้างสรรค์ อยากจะขอโอกาสพี่น้องประชาชนทุกท่านให้การสนับสนุนผมได้เข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัดของเราให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ซึ่งสิ่งที่ผมต้องการผลักดันให้เกิดมีในสามส่วนหลักๆนั้น นั่นก็คือ เมืองแห่งการท่องเที่ยว จะผลักดันให้จังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มี “อัตลักษณ์” ที่ชัดเจน เพราะเรามีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติมากมาย เพียงแต่ต้องชูสิ่งที่มีอยู่ว่าจะทำอย่างไร เป็นการเพิ่มมูลค่าขึ้นมา เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างจริงจัง อย่างเช่นเรือนแพ ของจังหวัดพิษณุโลกที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดเรา แต่กลับไม่ได้สร้างรายได้ในการท่องเที่ยวหรือสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ผมจึงอยากที่จะผลักดันให้เกิดเป็นตลาดน้ำ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัด เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนได้เป็นจำนวนมาก นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างเล็กๆซึ่งผมคิดว่ายังมีอีกหลายสถานที่ ที่จะต้องได้รับการพัฒนาโดยใช้การท่องเที่ยวเข้ามาสร้างรายได้ในการพัฒนาจังหวัดของเราครับ

   สนับสนุนสวัสดิการสังคม :ต้องการสนับสนุนสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุ และพิการให้มีการช่วยเหลือแบบบูรณาการที่ยั่งยืน ทั้งทางด้านสุขภาพอนามัย การศึกษาและรายได้เพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างทั่วถึง เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุและผู้พิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นผู้มีคุณค่าต่อสังคม ในฐานะที่ผมได้ทำงานท้างด้านจิตอาสาเป็นระยะเวลานานจึงต้องทำสวัสดิการในส่วนนี้ให้เป็นรูปธรรม ให้มีความก้าวหน้าและมีความชัดจนมากขึ้นครับ

 สนับสนุนด้านกีฬา :จังหวัดพิษณุโลกของเรามีความพร้อมในด้านสถานที่แต่กลับขาดการสนับสนุนเยาวชนที่มีความสามารถทางด้านกีฬา ผมจึงต้องการผลักดันอย่างเต็มความสามารถเพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ตามความถนัดของตนเอง ให้เค้าได้ทำในสิ่งที่รักและดึงศักยภาพในตัวเองออกมาโดยได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง ซึ่งมีแนวทางพัฒนาทางด้านกีฬาให้ดีขึ้น เช่น กระบวนการคัดสรร ฝึกฝน และพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสรรหาคณะกรรมการและผู้ฝึกสอนที่มีคุณภาพ อย่างเป็นระบบให้มีมาตรฐานสากล รวมทั้งยกระดับศักยภาพของนักกีฬารุ่นใหม่ให้ถึงขั้นสูงสุด “พัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ” ต่อไป กีฬานั้นไม่ได้แต่เพียงนำชื่อเสียงมาสู่จังหวัดแต่ยังสัมพันธ์กับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในจังหวัดอีกด้วย ผมจึงให้ความสำคัญกับงานด้านกีฬาเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและได้รับบริการด้านกีฬาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ฝากถึงประชาชนถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้เยอะๆ นะครับ เพื่อแสดงพลังให้เห็นว่าประเทศนี้ต้องการ การเลือกตั้ง และภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่และสิทธิของประชาชนคนหนึ่ง เพื่อรักษาประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชนมีส่วนสำคัญอย่างมากในการกำหนดประเทศ การเลือกตั้งในครั้งนี้ นับว่าเป็นการเลือกตั้งแบบใหม่ ภายใต้กฎกติกามากมายที่เปลี่ยนแปลงไป จึงอยากให้ประชาชนทำความเข้าใจต่อ การเลือกตั้งในระบบใหม่ 2562 ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 นี้ เพื่อที่จะได้เลือกผู้แทนที่มีความสามารถบริหารประเทศไทยให้กลับสู้เส้นทางของการพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ก้าวหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องและกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตยต่อไปครับ

   คูณบวรเดช หล้าแหล่ง 087-536-1111     FB.บวรเดช หล้าแหล่ง

                       “กล้าพัฒนา“โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน”