กรมอุทยานฯผอ.สบอ.11+ผู้การพงษ์เพชร ศปป.4 กอ.รมน.ยกพลเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ป่าโครงการฯ

5

พิษณุโลก   ดำเนินคดีเป็นรายวัน นายทุนต้องผวา..ประชาชนไม่เดือดร้อน ล่าสุดสี่พันกว่าไร่ เอาจริงเป็นหมื่น รายชื่อแทบไม่น่าเชื่อมีเกือบทุกอาชีพ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุนที่บุกรุกป่า “โครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัย ลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน” อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม2562 จนถึง 24 มกราคม 2562 ดำเนินคดีกับนายทุนถึง 15 ราย ยึดคืนพื้นที่ป่าโครงการฯ จำนวน 4,016-3-44 ไร่ พร้อมเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง “ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินการ นายทุนผู้บุกรุกป่าอย่างเคร่งครัด และช่วยเหลือ ดูแลผู้ยากไร้ตามคำสั่งคสช.ที่ 66/2557 ”

วันที่ 24 มกราคม 2562 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11, พันเอก พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฎิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.ร่วมกับ, นายบพิตร ปิงโสภา ผูู้อำนวยการส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพิ้นอนุรักษ์, นายสมชาย ภิญโญชูโต หัวหน้าโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน, นายเพิ่มศักดิ์ ดวงแก้ว หัวหน้าสายตรวจปราบปราบ สายที่ 3 จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11, นายอาทิตย์  อัมลา เจ้าหน้าโครงการฯ, นายสมชาย ฉิมแย้ม ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, นายธนาเทพ แก้วกก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ และกอ.รมน.จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สนธิกำลังเพื่อปฏิบัติการปราบปรามนายทุนที่บุกรุกในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2484 ในพื้นที่โครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัย ลุ่มน้ำก้อ-ลุ่มน้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2562 จนถึง วันที่ 24 มกราคม 2562 จำนวน 15 ราย ตรวจยึดพื้น
ที่จำนวน  4,016-3-44 ไร่
คดีที่ 9 นายนิพนธิ์ฯ ชาว นครศรีธรรมราช ตรวจยึดพื้นที่ 123 – 1 – 56 ไร่
คดีที่ 10  ดาบตำรวจ เล็ก ตรวจยึดพื้นที่ 80 – 0 – 52 ไร่
คดีที่ 11 นายพจน์ ฯ ชาวกทม. ตรวจยึดพื้นที่ 44 – 2 – 60 ไร่
คดีที่ 12 นายวุธฯ  ตรวจยึดพื้นที่ 13 – 2 – 12 ไร่
คดีที่ 13 เสี่ยลู่ ชาวกทม. ตรวจยึดพื้นที่ 3,021 – 3 – 48 ไร่ และในวันนี้ได้ดำเนินคดีที่ 14-15 กับดาบตำรวจโจ และอาจารย์กะลา  2 แปลงรวมพื้นที่ตรวจยึดพื้นที่ 47 ไร่ 3 งาน 80 ตารางวา

การตรวจยึดทวงคืนพื้นที่ป่าในครั้งนี้คณะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้เข้าดำเนินการปูพรมตรวจยึดและแจ้งความดำเนินคดีกับนายทุนผู้บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2484 ในโครงการฯดังกล่าว พบการบุกรุกครอบครองของนายทุนที่มาจากภาคใต้, กรุงเทพฯ และจ.นนทบุรี มีแทบทุกอาชีพ บริเวณ หมู่ 6 ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อปลูกต้นยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นจำนวนมาก มีแม้กระทั้งดาบตำรวจ ว่าที่ผู้ลงสมัครเลือกตั้ง สส., ดาบตำรวจโจฯ และที่น่าสลดใจคือนายทุนชื่อเสี่ยลู่ ยึดถือครอบครองพื้นที่แปลงใหญ่ เนื้อที่มากถึง 3,021 – 3 – 48 ไร่ ปลูกยางพารา และกอไผ่ทำแนวเขตพื้นที่ ถ้ามองจากด้านนอกนั้นเหมือนป่าปกติ ขนาดกำนันที่นั่งไปด้วยยังกล่าวว่า ไม่น่าเสียหายมากเพราะยังไม่ได้แผ้
วถางให้ป่าเสียหายสักเท่าไหร่ พอกำนัน กล่าวจบก็ถึงกับเงียบไป เพราะภาพที่เห็นเบื้องหน้า คือต้นยางพาราพร้องทั้งกอไผ่ที่ปลูกเป็นแนวเขต และชาวบ้านในโครงการฯ จะครอบครองเนื้อที่ถึงพันไร่เชียวหรือ ความจริงเจ้าหน้าที่ทราบชื่อจริง และนามสกุล ของทุกรายหมดแล้วพร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีแล้วเป็นที่เรียบร้อย

ด้านผู้การพงษ์เพชร(มือปราบช้างพิทักษ์ป่า)เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่จริงแล้วยังไม่ได้ตรวจยึดนั้นเป็นหมื่นไร่เลยนะ มีแทบทุกอาชีพเลย  ครู ตำรวจ ทหาร มีตำรวจที่จะลงสมัครเป็นส.ส.ด้วย แต่ตนไม่ได้หนักใจอะไรยังคงเดินหน้าทวงคืนผืนป่าโครงการฯต่อไป และการทวงในครั้งนี้จะไม่ทำให้ประชาชนเดือนร้อน อาจจะมีบางรายหลงผิด หลงเชื่อไปรับสมอ้างว่าเป็นที่เดิมของตน ทั้งๆที่ดินนั้นเป็นของนายทุน  เจ้าหน้าที่ได้ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปทำความเข้าใจกับลูกบ้านของตนเพื่อช่วยลดความกังวลของพี่น้องประชาชนแล้ว

ด้านนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 กล่าวว่า เนื่องจากคำสั่ง คสช.66/57 ลงวันที่ 17 มิ.ย.2557 เป็นกฏหมายคุ้มครองสิทธิผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ทำกิน  ฉะนั้นชาวบ้านที่ทำกินในพื้นที่โครงการฯอยู่เดิมจึงไม่ต้องเดือดร้อน การทวงคืนในครั้งนี้จะดำเนินคดีเฉพาะนายทุนที่บุกรุกครอบครองพื้นที่อย่างไม่ถูกฏหมายเท่านั้น  และพื้นที่ป่าที่ได้กลับคืนมานั้น จะนำมาทำการฟื้นฟูร่วมกับชุมชน ทำให้เกิดประโยชน์ เป็นสมบัติของชาติ ของลูกหลานเราต่อไป
เมืองสองนักปราบมาจับกัน  ผอ.นิพนธิ์(ผอ.เจ๋ง เอาจริง)ฉายาที่ผู้สื่อข่าวตั้งให้ ผู้ที่ชัดเจนเรื่องกฏหมาย อีกท่านคือผู้การพงษ์เพชร (ผู้การช้างพิทักษ์ป่า) ฉายาที่ผู้สื่อข่างตั้งให้ ผู้ที่ใจกล้าขาลุย ชัดเจนเรื่องพิกัด ได้ยินชื่อทั้งสองท่าน นายทุนถึงกับร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน ก็ต้องเอาใจช่วยคนทำงานทุกคน ขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ก็อยู่ที่ผู้นำ ท่านทำเพื่อป่าไม้ทรัพยากรของประเทศ ก็ขอให้ให้ท่านผ่าอุปสรรคทั้งปวงไปได้ราบรื่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิคุ้มครองท่านทั้งสองและเจ้าหน้าที่ทุกทุกท่านด้วยก็แล้วกัน  ปรีชา นุตจัรส ราย งาน