ตำรวจเมืองอุตรดิตถ์ เร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราร่างทรงนารายณ์อวตาร

0


ตำรวจเมืองอุตรดิตถ์ เร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราร่างทรงนารายณ์อวตาร นักธุรกิจสาวใหญ่สวิงกิ้ง เบื้องต้นพบ มีการเข้าพักโรงแรมดังกลางเมืองจริง
จากกรณีที่ นางบี (นามสมุติ) อายุ 50 ปี  นักธุรกิจ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับร่างทรงที่อ้างตนเป็นนารายณ์อวตาร พร้อมสาวก คือภรรยา 1 คน ร่างทรงสาวกซึ่งเป็นผู้หญิงอีก 2 คน หลอกให้ร่วมเพศแบบสวิงกิ้ง ผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 4 คน ที่ห้องพักชั้น 6 โรงแรมดังกลางเมืองอุตรดิตถ์ โดยอ้างว่าเป็นพิธีที่จะช่วยให้แม่หายป่วยนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันนี้ 15 ธ.ค. 61 พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ชุดสอบสวน ได้รวบรวมพยาน หลักฐานให้มากที่สุด โดยได้นำตัวผู้เสียหาย ไปชี้จุดเกิดเหตุพร้อมถ่ายภาพที่เกิดเหตุที่โรงแรมใจกลางเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งพบข้อมูลการเข้าพักจริง ที่ห้องพักหมายเลข 657 เวลา 11.36 น. ออกจากห้องพักเวลา 15.01 น. แต่ไม่สามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมได้ เนื่องจากเกิน 7 วัน ข้อมูลจะถูกลบ แต่ได้นัดสอบพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงแรมที่น่าจะเห็นหน้าผู้เสียหายและกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน ในวันจันทร์ ที่ 17 ธ.ค. อย่างไรก็ตาม หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ได้โทรศัพท์มาหาตนเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าได้เข้าพักในโรงแรมในวันเวลาที่เกิดเหตุจริง แต่ยังพิธีที่ทำกันภายในห้องยังเปิดเผยได้ไม่มาก  นอกจากนี้ ได้ส่งตัวผู้เสียหายไปให้แพทย์โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ทำการตรวจร่างกาย เพราะแม้เวลาผ่านไปนานกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ก็ต้องรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด ซึ่งแพทย์ให้นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน หลังจากออกจากโรงพยาบาล ได้นัดสอบปากคำผู้เสียหายโดยละเอียดอีกครั้ง ซึ่งสภาพจิตใจของผู้เสียหาย ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ในการแจ้งความเพราะต้องการยับยั้งพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาไม่ให้ไปก่อเหตุกับผู้อื่นอีก
พ.ต.อ.ดิษยเดช กล่าวว่า ชุดสืบสวนจะลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานพฤติการณ์ของร่างทรงและพวก หากการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่าผู้ถูกกล่าวหา มีพฤติการณ์ตามที่ผู้เสียหายแจ้งความจริง ก็จะตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น
ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน