สำนักงานประกันสังคม แจงสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพ เพื่อเป็นหลักประกันไปตลอดชีวิต

1

 

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า กองทุนประกันสังคมเริ่มจัดเก็บเงินสมทบกรณีชราภาพมาตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2541 และกฎหมายประกันสังคมกำหนดให้ผู้ประกันตนทุกคนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีบำนาญชราภาพ หรือบำเหน็จชราภาพ ตามเงื่อนไขการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนแต่ละคน

ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) ไม่ว่าระยะเวลาจะติดต่อกันหรือไม่ จะเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิตในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ

ส่วนกรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราบำนาญชราภาพขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน

สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน ทั้งนี้กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน (5 ปี) นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทของผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับคราวสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย

รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึงกรณีผู้ประกันตนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน (15 ปี) จะเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ (เงินก้อนครั้งเดียว) โดยแยกเป็นกรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายสมทบ

ส่วนกรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ เท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายเงินสมทบ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด

อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินสมทบรายเดือนเข้ากองทุนประกันสังคมนั้นไม่ได้สูญเปล่า เนื่องจากจะได้รับสิทธิประโยชน์ระหว่างการทำงานหลายกรณี เมื่อถึงวัยเกษียณก็ยังคงอุ่นใจได้ว่ามีเงินออมชราภาพไว้เป็นหลักประกันในชีวิต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง