ปราจีนบุรี-ชาวบ้านโวยเจ้าคณะตำบลย่านรี แอบแปรรูปต้นตะเคียนก่อนวันหวยออก

4

ภายในวัดวาปีรัตนาราม (หัวบึง) ม.2 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี  พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นคนกลางในการเจรจาข้อพิพาท ระหว่างชาวบ้าน กับ พระครูวาปีศีลคุณ เจ้าคณะตำบลย่านรี เจ้าอาวาสวัด เรื่องที่ชาวบ้านไม่พอใจ เหตุจากเจ้าอาวาสวัดได้จ้างให้ช่างมาทำการแปรรูปไม้ตะเตียน ที่ชาวบ้านเคยมากราบไหว้ในการขอโชคลาภ  โดยไม่มีการปรึกษาชาวบ้าน หรือกรรมการวัด โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 -26 ก.ย. ที่ ผ่านมา ซึ่งมีชาวบ้านจาก ม.2 และ ม.4 ประมาณกว่า 100 คน โดยลงความเห็นว่าเจ้าอาวาสทำการณ์โดยพละการ ไม่ยอมปรึกษาชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านไม่ต้องการให้เจ้าอาวาส จำพรรษาอยู่ในวัดแห่งนี้
จากการสอบถามนายสมบูรณ์ มิ่งพา ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้น คือเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา เจ้าอาวาสได้ไปนำเอาต้นตะเคียนดังกล่าวมาจาก ม.12 ต.ย่านรี หลังจากที่เจ้าของที่ดังกล่าวได้มาแจ้งให้เจ้าอาวาสทราบ ว่ามีการพบตะเคียนอยู่ในที่ของตนเอง หลังจากนั้นเจ้าอาวาส ก็ได้ไปจ้างรถแบ็คโฮ และรถลากนำต้นตะเคียนดังกล่าวมาไว้ที่วัด จากนั้นก็มีชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างก็พากันมากราบไหว้ ขอโชค ขอลาภ อยู่นาน จนมีการสร้างหลังคาขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมาก็จะมีประชาชนผ่านมา เข้ามาขอเลขเด็ดจนอยู่มาได้ 5-6 ปี จนเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมาเจ้าอาวาส ได้จ้างคนมาเลื่อยไม้ ประดู่และไม้ตะเคียน ต้นดังกล่าวโดยไม่บอกกล่าว คณะกรรมการวัด หรือ คณะกรรมการหมู่บ้าน แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้รับทราบ หรือถ้ารับทราบ ก็คงไม่ให้ท่านทำ เพราะเป็นที่เคารพ ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ที่มาขอโชคขอลาภบ่อย  การกระทำครั้งนี้ก็เหมือนทำร้ายจิตใจของชาวบ้าน ในส่วนที่เค้าไม่เห็นด้วย ในเบื้องต้นหลังจากที่ทราบว่าชาวบ้านไม่พอใจเจ้าอาวาส เคยคุยกันแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งมาวันนี้ได้มีการประชุมอีกครั้งเพื่อหาทางออก ที่ดีทั้งสองฝ่าย
ด้าน พระครูวาปีศีลคุณ ได้กล่าวว่า การที่ได้ให้ช่างมาแปรรูปไม้ตะเคียนนั้น โดยที่ยังไม่ได้บอกหรือแจ้งใครๆนั้น เห็นว่า ที่ผ่านมา ก็อยู่มานาแล้ว และเริ่มที่จะผุกร่อนไปตามกาลเวลา เนื่องจากด้านในนั้นมันเป็นโพลงอยู่แล้ว แต่จริงแล้วก็จะแจ้งให้ทราบ อยู่แต่เนื่องจากยังไม่มีเวลา ก็ได้บอกกับบางคนไปบ้างแล้ว ซึ่งการแปรรูปไม้ตะเคียนนั้น ก็ไม่ได้นำไม้ออกไปไหน โดยจะแปรให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ เพื่อใช้ประโยชน์กับทางวัด โดยไม่ได้คิดว่าจะนำไปขายหรือนำออกจากวัด เพราะตลอดกว่า 20 ปี ที่มา ไม่เคยคิดหาผลประโยชน์ มีแต่จะสร้างให้วัดเจริญ เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ชาวบ้านกลับไม่พอใจ แต่อย่างไรถ้าเห็นว่าไม่ดีก็พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ซึ่งหลังจากการเจรจาในครั้งนี้นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้รับทราบปัญหาพร้อมกับให้ชาวบ้านทำเรื่องยื่นไปที่จังหวัด ว่าการกระทำของเจ้าอาวาสนั้นจะผิดกฎของสงฆ์หรือไม่ โดยให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทน ซึ่งตนเองไม่สามารถที่จะตัดสินได้ คือบ้าน บวร วัดมันจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบ โดยไม่มีการแตกแยก ซึ่งหลังจากนี้ทางคณะสงฆ์น่าจะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบ หากถ้าผิดก็คงต้องเป็นไปตามมติของชาวบ้าน 

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์
รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก