“นาย่า กรีน”ขายตรงภูธรเปิดดำเนินธุรกิจกว่าหนึ่งทศวรรษ

8

 

 

แม้เส้นทางธุรกิจต้องพบเจออุปสรรคมากมายแต่ทุกวิกฤติก็ถือเป็นบททดสอบ ที่ทำให้บิ๊กบอสใหญ่ “โสภณ ไชยด้วง” ต้องพลิกเกมดิ้นหนีตาย ผุดไอเดียใหม่ๆ นำธุรกิจลุยต่อจนสามารถก้าวเติบโตสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนรากหญ้าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกัน

ทุ่ม 50 ล้าน ยกระดับความเชื่อมั่น

โสภณ ไชยด้วง ประธานบริหาร บริษัท นาย่า กรีน จำกัด เปิดเผยกับ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวแต่ก็ยังมองเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจขายตรง เพราะขณะนี้ที่ นาย่า กรีน มีนักธุรกิจไหลเข้ามาร่วมงานเพิ่ม
มากขึ้น สำคัญกว่านั้นเพื่อรองรับการเติบโตบริษัทได้ลงทุน 50 ล้านบาทปลูกสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บนเนื้อที่ 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลจอมทอง จังหวัดพิษณุโลก รวมถึงแผนการอัดฉีดโปรโมชั่นทริป ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย อย่างเช่น ที่ผ่านมากับทริปเที่ยวมัลดีฟ และเร็วๆ นี้ ราวเดือนตุลาคมเตรียมลุยสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนทริปภายในประเทศเช่น ที่เกาะช้าง และอีกสถานที่ท่องเที่ยวอันลือชื่อ

สำหรับสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ นาย่า กรีน ประกอบด้วย 3 อาคารหลัก รองรับการให้บริการครบถ้วนทั้งห้องประชุมทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ห้องผู้บริหาร ห้องสต๊อกสินค้า โซนให้บริการ เป็นต้น พร้อมรองรับที่จอดรถได้กว่า 200 คัน โดยคาดว่าสำนักงานใหม่นี้จะแล้วเสร็จไม่เกินกลางปีหน้า

พลิกวิกฤติสู่การสร้างโอกาส

ปัจจุบัน นาย่า กรีน เปิดดำเนินธุรกิจร่วม  11 ปีเต็ม ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความถูกต้องตลอดมา โดยเริ่มแรกเข้ารับการจดทะเบียนดำเนินธุรกิจขายตรงในรูปแบบสินค้าเกษตรเป็นหลัก เนื่องจากเป็นธุรกิจขายตรงภูธร จึงมองว่ากลุ่มสินค้าเกษตรน่าจะเหมาะที่สุดและคนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ซึ่งเน้นจำหน่ายอาหารเสริมพืชกลุ่มฮอร์โมน จากนั้นค่อยขยับสู่ไลน์สินค้าเกษตรอื่นๆ รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ว่าจะเป็นกาแฟ เครื่องสำอาง ยาสระผม รวมแล้วกว่า 30 รายการ สำหรับผลประกอบการปีแรก นาย่า กรีน ไปได้ดีสร้างยอดขาย 44 ล้านบาท ถัดมาปีที่สองยอดขายขยับขึ้นเป็น 100 ล้านบาท และเป็นตัวเลขรายได้ที่ประคองตัวคงที่เกิดขึ้นในทุกปี แต่ก็ต้องมาสะดุดล้มในปี 2554

“ปี 2554 เป็นปีที่น้ำท่วมใหญ่ตลาดหลักอยู่ภาคเหนือ เมื่อเจอวิกฤตินี้ทำให้ธุรกิจสะดุด โรงงานผลิตก็ต้องหยุดพ่วงด้วยค่าใช้จ่ายสูงมาก ทำให้ช่วงเวลานั้นบริษัทขาดทุนในหลักร้อยล้าน บทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้เราต้องมาคิดทบทวนใหม่ว่าสินค้าเกษตรต้องอิงกับธรรมชาติซึ่งยากต่อการควบคุมลงทุนทำไปก็มีแต่จะเสี่ยง จึงเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการเบนเข็มธุรกิจสู่สินค้าเพื่อสุขภาพ โดยสินค้าตัวแรก คือ น้ำมันงา “นาย่า เซซามีน” และยังคงใช้แผนธุรกิจ สแตร์สเตป ข้อดีคือโตเรื่อยๆแต่ไม่โดดเด่น”

‘นาย่า กรีน’ ก้าวที่แกร่งกว่าเดิม

ต่อมาราวปี 2015 หรือ 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีการปรับใหม่มาเป็นแผนธุรกิจแบบไบนารี่ โดยได้ยื่นขอปรับแผนใหม่จาก สคบ. พร้อมได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องนำมาใช้จนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันสินค้าขายดีบริษัท คือ น้ำมันงา นาย่า กรีน มีสัดส่วนยอดขาย 85% รองลงมาสบู่ กาแฟเพื่อสุขภาพ ยาสีฟัน และยังคงสินค้าเกษตร 1 รายการ ก็คือ นาย่า แอตโต้ ด้วยข้อจำกัดกฎหมายใหม่ของ สคบ.ระบุว่าห้ามสินค้าที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรนำมาจำหน่ายในช่องทางขายตรง ทำให้นาย่า กรีน ได้ทำการรื้อระบบสินค้าเกษตรที่มีอยู่เดิม ทั้งหมด และหันมาคัดเลือกจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ไม่ได้ถูกตีตราแต่มีคุณภาพมาทำตลาดแทน เราเน้นทำธุรกิจอย่างถูกต้องเพื่อปกป้องชื่อเสียงบริษัทที่ได้สะสมมานานา บุก AEC สร้างชื่อขายตรงคนไทย

ส่วนแผนการรุกตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ ได้เตรียมนำร่องลุยตลาดด้วยสินค้าเกษตร นาย่าแอตโต้ ที่ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ส่วนตลาด สปป.ลาว น้ำมันงานาย่า กรีนได้รับกระแสตอบรับดีและอยู่ระหว่าง
การขออนุญาตเข้าไปจำหน่ายอย่างถูกต้องเช่นกัน แผนรุกตลาดครึ่งปีหลังบริษัทยังคงมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้วยการจัดคอร์ทอบรมต่างๆ จากกลุ่มทีมพัฒนาด้านบุคคลกรมืออาชีพมาช่วยฝึกสอนเพื่อให้ผู้นำทำงานเป็นและเป็นคนดีของสังคม โดยตั้งเป้าจัดเดือนละครั้งใช้เวลา 3 วัน 2 คืน รวมถึงการให้ความรู้ระบบออนไลน์ผ่านผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆ ของประเทศ ด้านสินค้าใหม่บริษัทเตรียมเปิดตัวใหม่ 2 รายการได้แก่ สบู่ ในรูปแบบแพ็คเกจจิ้งใหม่ดูทันสมัยและยาสีฟัน ปัจจุบัน นาย่า กรีน มีฐานสมาชิก-ผู้บริโภคซื้อกินใช้ราว 70,000 กว่ารหัส มียอดแอคทีฟหลักพันรหัส ส่วนนักธุรกิจรับรายได้หลักล้านมี 2 ท่าน

ธุรกิจโปร่งใสผู้บริหารต้องเก่ง

การแข่งขันขายตรงยุคนี้มองว่ามาเร็วไปไวเพราะส่วนใหญ่นักลงทุนคือแม่ทีม ที่ผ่านการเป็นนักธุรกิจในบริษัทขายตรง เมื่อสำเร็จระดับหนึ่งพอจะมีเก็บก็คาดหวังที่จะร่ำรวยเป็นผู้ประกอบการ จึงได้นำเงินมาลงทุนเปิดเองแต่ส่วนใหญ่ไม่รู้หลักการบริหาร หลักการขายตรงจริงๆ แต่กลับมุ่งหวังผลประโยชน์เกินควรจึงไปไม่ถึงฝั่งฝัน  สำหรับผมผ่านประสบการณ์การทำงานมากมายให้ได้เรียนรู้ตั้งแต่การเป็นพนักงาน บริษัทใหญ่ จนกระทั่งออกมาทำธุรกิจส่วนตัวทำให้ได้รู้ถึงระบบการจัดการ บริหารการขาย บริหารคนให้ทุกคนทำงานเป็นและอยู่อย่างมีความสุข ที่สำคัญธุรกิจต้องโปร่งใสเพื่อนำไปสู่การสร้างความน่าเชื่อถือของผู้ที่เข้ามาร่วมธุรกิจ จึงทำให้เราก้าวเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกันเพราะสมาชิกทุกคนเป็นหุ้นส่วนธุรกิจเดียวกัน ด้านสาขาสำนักงานตัวแทน นาย่า กรีน ขณะนี้ มีกว่า 20 แห่ง โดยเราตั้งเป้ามีสาขาทุกจังหวัด กระจายทุกพื้นที่ทั่วไทย เพื่อรองรับการทำงานสมาชิกในเขตพื้นที่ใกล้เคียงโดยสมาชิกเป็นผู้ลงทุน ส่วนหน้าที่ของบริษัท คือ การซับพอร์ต ระบบสินค้าคุณภาพ รวมถึงการจัดทำโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ประสบความสำเร็จเร็วมีผลกำไร
ก้าวสู่ความมั่นคงทางธุรกิจไปพร้อมกัน