เตือนภัยผู้หญิงขับรถคนเดียว ! ระวังโจรทำทีขับรถชนท้ายก่อนพาไปปล้น-ข่มขืน

84

kom

โลกออนไลน์ แชร์เรื่องเตือนภัยผู้หญิงที่ขับรถไปไหนมาไหนคนเดียว ถูกมิจฉาชีพทำทีขับรถชนท้าย อ้างว่าจะรับผิดชอบค่าเสียหาย ก่อนบังคับพาไปกดเงินและข่มขืน

หากจะพูดถึงอันตรายของผู้หญิงที่ต้องเจอทุกวันนี้ เรียกได้ว่ามีอยู่รอบตัวและเริ่มมีรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะทุกวันนี้ที่สาว ๆ ต้องออกไปทำงานนอกบ้านหรือไปไหนมาไหนคนเดียว และนั่นก็คือจุดอ่อนที่ทำให้มิจฉาชีพจ้องทำร้าย

ล่าสุด (16 กรกฎาคม 2558) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวเตือนภัยสำหรับผู้หญิงที่ต้องขับรถคนเดียวยามค่ำคืน ซึ่งพลาดท่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ที่ทำทีขับรถจักรยานยนต์มาชนท้ายรถของเหยื่อเป้าหมาย และหลอกให้เหยื่อขับรถตามไปร้านซ่อมรถให้เหยื่อตายใจ จากนั้นจึงหลอกเหยื่อขับรถไปรอที่อื่น และให้มิจฉาชีพอีกคนเข้ามาประกบเหยื่อ ก่อนจะใช้มีดจี้เหยื่อไปกดเอทีเอ็มเพื่อเอาเงิน และพาไปข่มขืน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นบทความในคอลัมม์ ตามล่ามาเล่า ของ ประไพพัตร โขมพัตร ใน นิตยสารดิฉัน เมื่อหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับเรื่องราวทั้งหมดมีดังนี้

ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนสถานีตำรวจก้มหน้านิ่งตลอดเวลา ใบหน้าเธอซีดขาว บางครั้งก็เหม่อลอย แววตาหมดหวัง และบางครั้งหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบตี 2 แล้ว ท่าทางของเธอสะดุดใจผู้หญิงอีกคนซึ่งอยู่ที่นั่นด้วย จนอดไม่ได้ที่จะหาโอกาสเข้าไปพูดคุยด้วยความสงสัย ผู้หญิงทั้งคู่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่เหตุที่ต้องมาอยู่บนสถานีตำรวจในเวลาเดียวกัน ก็เนื่องจากอุบัติเหตุรถชนกัน ! เป็นการเฉี่ยวชนแล้วพยายามขับหนี แต่ไม่พ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้ เธอซึ่งเป็นผู้เสียหายให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จนเมื่อถึงเวลาสอบปากคำอีกฝ่าย เธอพยายามเข้าไปพูดคุยกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้วยความสงสัย ตอนแรกคิดว่าอาจจะกลัวหรือตกใจที่แฟนตัวเองพยายามหลบหนี หรือกังวลกับคดีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น จึงบอกว่า ถ้าชดใช้ค่าเสียหาย ก็จะไม่เอาความใด ๆ แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนั้นก็ร้องไห้ออกมาอย่างน่าตกใจ พร้อมทั้งเล่าให้ฟังว่า ไม่ได้เป็นอะไรกับผู้ชายคนนั้น ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเลย อากัปกริยาเช่นนี้ยิ่งทำให้น่าสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม และยิ่งทำให้ต้องปลอบโยน เพื่อหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ ด้วยความเป็นผู้หญิงด้วยกัน ทำให้ใช้เวลาไม่นานเรื่องราวทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดออกมา เธอบอกว่ากำลังถูกผู้ชายคนนั้นจับตัวไว้เหมือนกัน เธอกลัวมากและอายมาก และกำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อเธอเล่าจบ ทำให้ผู้ฟังรีบเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับกุมชายคนนั้นไว้ทันที ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้โชคร้าย ความจริงบ้านของเธออยู่ที่จังหวัดนครปฐม ในขณะที่เธอกำลังขับรถกลับบ้าน เป็นเวลา 3 ทุ่ม ก็มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขับมาชนท้าย ผู้ขี่จักรยานยนต์เป็นผู้ชายคนหนึ่ง รีบจอดรถลงมาดูความเสียหาย และขอโทษขอโพยเธอเป็นการใหญ่

พร้อมทั้งบอกว่า ไม่ต้องกังวล จะชดใช้ค่าเสียหายให้ และพร้อมจะไปตกลงที่สถานีตำรวจด้วยท่าทางที่สุภาพนอบน้อม ทำให้เธอไม่รู้สึกกลัว และยินดีที่จะไม่เอาเรื่อง หากชดใช้ค่าซ่อมรถที่มีรอยบุบเพียงเล็กน้อย ชายคนนั้นบอกให้เธอขับรถตามเข้าไปยังอู่ซ่อมรถที่อยู่ไม่ไกล เพื่อให้ช่างตีราคาและตกลงค่าซ่อม จากนั้นระหว่างทาง คู่กรณีขอนำรถมอเตอร์ไซด์เข้าไปเก็บที่บ้านก่อน เพราะรู้สึกว่าเครื่องยนต์เริ่มมีปัญหา เธอก็ขับรถตามไปจนถึงปากทางเข้าบ้าน และนั่งคอยอยู่ที่รถ ชายคนนั้นกลับออกมาพร้อมชายคนหนึ่ง เปิดประตูและขึ้นนั่งประกบทันที ดันตัวเธอไปนั่งตรงกลาง ใช้มีดบังคับให้นั่งเฉย ๆ และขับรถเข้ามากรุงเทพฯ ถึงธนาคารแห่งหนึ่งบริเวณงามวงศ์วาน ก็จี้ตัวเธอลงไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มได้เงินจำนวนที่ธนาคารกำหนดให้กดจากตู้ในวงเงินเท่านั้น แต่เมื่อเห็นเงินในบัญชียังมีเหลืออีกมาก จึงยังไม่ปล่อยตัวไปง่าย ๆ กันตัวไว้ รอเวลาให้เลยเที่ยงคืน แล้วจะกดเงินจากตู้เอทีเอ็มอีกครั้ง

ในช่วงการรอคอยเวลา ก็ขับรถมาแถวถนนลาดพร้าว เลี้ยวเข้าไปในโรงแรมม่านรูด และผลัดกันข่มขืนเธอหลายครั้ง แล้วก็สั่งอาหารรวมทั้งเบียร์มาดื่มกินในห้อง จนมีอาการมึนเมา แล้วก็ข่มขืนอีก จนกระทั่งตี 2 ชายคนหนึ่งจึงขับรถพาเธอมา บังคับให้กดเงินให้อีก โดยให้สัญญาจะปล่อยตัวไป หากได้เงินที่ต้องการแล้ว ยังไม่ทันที่จะถึงธนาคาร ชายคนนั้นก็ขับรถชนท้ายรถคันหนึ่งที่อยู่ ข้างหน้าเสียก่อนแล้วพยายามหลบหนี จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพาไปจับเพื่อนร่วมแก๊งอีกคนที่นอนคอยอยู่ในโรงแรมได้ และพาตัวมาสอบสวน ทั้งคู่รับสารภาพว่า ทำอย่างนี้กับผู้หญิงมาแล้วหลายครั้ง ส่วนใหญ่จะตระเวนมองหารถที่มีผู้หญิงขับเพียงคนเดียว และมักจะหาเหยื่อตามจังหวัดที่อยู่รอบ ๆ กรุงเทพ ฯ ผู้หญิงส่วนใหญ่อาย ไม่กล้าแจ้งความ กลัวเสียชื่อเลยทำให้ยิ่งได้ใจ

อย่างไรก็ตามเรื่องราวดังกล่าวถือว่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิงหลาย ๆ คนที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวเองมากขึ้น รวมทั้งต้องมีสติอยู่เสมอ เนื่องจากอันตรายสามารถเข้ามาได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งถ้าเจอเหตุการณ์ดังกล่าวขั้นตอนแรก เมื่อรถถูกเฉี่ยวชนไม่ควรลงจากรถ และต้องแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรืออาจแจ้งข่าวให้ญาติคนใกล้ชิดรับทราบ และที่สำคัญคือต้องล็อกประตูรถทุกครั้งเพื่อป้องกันการจู่โจมของมิจฉาชีพ อย่าหลงเชื่อคนร้าย แต่ถ้าสุดท้ายเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตกเป็นผู้เสียหายแล้ว ก็ควรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินเรื่องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และไม่ให้มิจฉาชีพลอยนวล
ภาพจาก itplaza.co.th by www.kapook.com