สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก แจ้งเตือนประชาชนป้องกันการระบาด

21

  

ของโรคไข้เลือดออก โดยใช้หลัก 5 ป.และ 1 ข  3 เก็บบวก 5 ส ป้องกัน 3 โรค

นายปิยะ ศิริลักษณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่าโรคไข้เลือดออกของประเทศไทย ในช่วง 4 – 5 ปี ที่ผ่านมา มักจะมีการระบาดของโรคในทุกปีทุกจังหวัด ปีละ 40,000 ถึง 100,000 ราย และในแต่ละปีก็จะพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออกจำนวนมากด้วยเช่นกัน  ผิดไปจากอดีตที่ผ่านมาที่เคยมีการระบาดปีเว้นสองปี หรือปีเว้นปี แต่ในปัจจุบันสภาวะแวดล้อมของประเทศและของโลกเปลี่ยนแปลงไปด้วยสภาวะโลกร้อน ทั้งนี้จากข้อมูลดังกล่าว สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง       กรมควบคุมโรค ได้คาดการณ์ว่าแนวโน้มการระบาดของโรคในปี 2561 ในทุกพื้นที่ มีโอกาสเสี่ยงต่อการระบาดของโรคได้ตลอดเวลา หากพื้นที่ไม่มีการป้องกันควบคุมโรคที่ดี

สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ของประเทศไทย ในช่วง ปี พ.ศ. 2557 – 2560 พบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในทุกจังหวัด จำนวน 41,082, 144,952, 62,405 และ 53,189 ราย  และมีผู้ที่เสียชีวิตจำนวน 49, 148, 60 และ 63 ราย ตามลำดับ สำหรับในปีนี้ (1 มกราคม ถึง 14 มิถุนายน  2561)พบผู้ป่วยไปแล้ว 17,302 ราย และเสียชีวิต 21 ราย

สำหรับ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดพิษณุโลก ในปี 2557 – 2560มีรายงานพบผู้ป่วยในทุกอำเภอ จำนวน 152, 1,251, 574 และ 613 ราย ตามลำดับ และพบผู้ป่วยเสียชีวิต ในปี 2557 จำนวน 3 ราย และในปี 2559 จำนวน 1 ราย  สำหรับสถานการณ์ในปีนี้ (1 มกราคม – 13 มิถุนายน 2561) พบผู้ป่วยไปแล้ว 304 ราย ใน 9 อำเภอ ยังไม่พบผู้เสียชีวิต  โดยพบผู้ป่วยในเขตอำเภอเมือง จำนวน 55 ราย (เขตเทศบาล 17 ราย, นอกเขตเทศบาล 38 ราย) , นครไทย 71 ราย, ชาติตระการ 20 ราย, บางกระทุ่ม 29 ราย, พรหมพิราม 41 ราย, บางระกำ 26 ราย, วัดโบสถ์ 14 ราย, เนินมะปราง 21 ราย และวังทอง  27 ราย

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคดังกล่าว จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดกิจกรรมประชุมปรึกษาหารือกับแกนนำหมู่บ้าน ตำบล อสม.และประชาชน ทั้ง 9 อำเภอ เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งคน งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ ในการรับมือกับการระบาดของโรค และจัดกิจกรรมรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน และช่วงก่อนโรงเรียนเปิดเทอมเน้นทำอย่างละเอียด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ และเอกชนเป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ ต้องการให้ประชาชน และหน่วยงานทุกแห่ง ได้มีการดำเนินงานในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี สำหรับการป้องกันโรคที่ต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่เป้าหมายทั้งจังหวัดพิษณุโลก (ใน 9 อำเภอ 93 ตำบล 1,112 หมู่บ้าน/ชุมชน)

นายปิยะ ศิริลักษณ์นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกกล่าวต่ออีกว่า ได้นำบุคลากรสาธารณสุขในสังกัดดำเนินการ “ตามมาตรการ5 ป.และ 1 ข  3 เก็บบวก 5สป้องกัน 3 โรค ” มาอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการดังกล่าว ได้แก่…5 ป.และ 1 ข

  1. เปลี่ยน = เปลี่ยนน้ำ    …. ในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก 7 วัน เพื่อตัดวงจรลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุง
  2. ปิด      =  ปิดภาชนะ ….. น้ำกินน้ำใช้ให้มิดชิดหลังการตักใช้น้ำทุกครั้งเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่
  3. ปล่อย    =ปล่อยปลาหางนกยูง …. กินลูกน้ำในภาชนะใส่น้ำถาวร เช่น อ่างบัว, ถังซีเมนต์เก็บน้ำ
  4. ปรับปรุง = ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ….. ให้ปลอดโปร่ง โล่ง สะอาด ลมพัดผ่าน ไม่เป็นที่เกาะพักของยุงลาย
  5. ปฏิบัติเป็นประจำ  =ปฏิบัติเป็นประจำจนเป็นนิสัย

6 ขัดไข่ยุงลาย …โดยใช้ใยขัดล้าง หรือแปรงชนิดนุ่มช่วยในการขัดล้าง และทิ้งน้ำที่ขัดล้างนั้นบนพื้นดิน เพื่อให้ไข่แห้งตาย

3 เก็บ  ได้แก่

  1. เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก
  2. เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย

3.เก็บน้ำ  โดยการปิดภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ไม่ให้ยุงลายวางไข่

บวก 5 ส. (สะสาง, สะดวก, สะอาด, สุขลักษณะ, สร้างนิสัย) ในที่ทำงานโดยให้ดำเนินการทุกวันศุกร์ และให้กลับไปทำต่อที่บ้านในวันหยุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคที่เกิดจากยุง

ป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก, โรคไข้ติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย