ชุดจัดระเบียบสังคมพิษณุโลกออกตรวจร้านอินเตอร์เน็ตกวดขวดขันการเล่นพนันในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

3

 

เมื่อเวลา 21.00 ของวันที่ 14 มิถุนายน 2561  ว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมชุดจัดระเบียบสังคมจังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันออกตรวจตรวจสถานบริการและสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ ร้านเกมอินเตอร์เน็ต ในพื้นที่รับผิดชอบ สอดส่องกวดการเล่นพนันในช่วงของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

ว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก กล่าวว่า สืบเนื่องจากคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมามีคำสั่งให้ในช่วงระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เป้ฯช่วงของการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนตลอดจนประชาชนทั่วไป ติดตามการแข่งขันอย่างแพร่หลาย และหากเกิดการเล่นการพนันการแข่งขันฟุตบอลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดฐานเล่นการพนัน ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืน จะมีความผิดตามมาตรา 4 ทวิและตามมาตรา 12 (2) แห่งพระราชบัญญัติการพนันพุทธศักราช 2478 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เด็ก เยาวชนและประชาชน ลุ่มหลงมัวเมาในการเล่นการพนันจนเป็นบ่อเกิดของปัญหาอาชญากรรมและปัญหาทางสังคมด้านอื่นตามมา เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอีกทั้งยังเป็นการป้องกันปัญหาการเล่นการพนันฟุตบอลดังกล่าว จึงได้มีการสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดนำเรื่องการพนันฟุตบอลโลก 2018 เข้าที่ประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการพนันฟุตบอลและการพนันฟุตบอลออนไลน์ให้ได้ผลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และแจ้งให้นายอำเภอ พนักงานฝ่ายปกครองพร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สอดส่องตรวจขันการกระทำความผิดในเรื่องการพนันฟุตบอลโลก 2018 หรือการพนันทายผลกีฬาประเภทอื่นๆรวมถึงการพนันออนไลน์ หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการโดยเฉียบขาด และหากเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดให้ดำเนินการทางวินัยด้วย พร้อมกันนี้ขอให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจไปยังพี่น้องประชาชนเพื่อรับทราบถึงโทษและผลของการกระทำผิดพร้อมแจ้งเบาะแสให้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทั่วประเทศหรือโทรสายด่วน 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง