ปตท.แจงข่าวลบในโซเชียลฯ ยันราคาน้ำมันขายปลีกตามตลาดโลก

1
เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปตท.ประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์ ก่อนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย เกิดกระแสต่อต้านการใช้บริการ ปตท. เผยแพร่ในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชี้แจงถึงกรณีขึ้นราคาน้ำมันค้าปลีกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเป็นตามกลไกน้ำมันในตลาดโลก และต้นทุนค้าปลีกน้ำมันที่สูงขึ้น ทั้งในส่วนของราคาน้ำมันจากโรงกลั่น ภาษี รวมไปถึงเงินกองทุน และค่าการตลาด มีผลต่อราคาน้ำมันทั้งสิ้น

จากราคาน้ำมันอ้างอิงในตลาดน้ำมันที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นตลาดหลักที่อ้างอิงของโลกและภูมิภาคนี้ ปรากฏว่าราคาน้ำมันสิงคโปร์ เปลี่ยนไปตามราคาน้ำมันดิบที่ดูไบ ซึ่งการส่งน้ำมันจากดูไบมาที่สิงคโปร์และส่งต่อมาที่ไทย อีกทอดหนึ่งย่อมมีต้นทุนที่สูงกว่า

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบดูไบมีการผันผวนทุกวัน ซึ่งที่ผ่านมา ปตท. เองไม่ได้ขึ้น-ลงราคา น้ำมันตามตลาดทุกวันหรือทุกครั้ง แต่จากดูทิศทางราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงติดต่อกัน จึงตัดสินใจประกาศขึ้นหรือลดราคาน้ำมัน สังเกตุได้จากวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง ปั๊มอื่นๆก็จะต้องลดราคาน้ำมันลงในราคาที่เท่ากัน ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด

ขณะที่เช้าวันนี้ (28 พ.ค. 61) ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ลดลง คาดว่าราคาน้ำมันดิบก็จะปรับตัวลดลงต่อ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้น้ำมันลดลงในช่วงนี้คือ กลุ่ม OPEC นำโดยซาอุดิอาระเบีย และกลุ่ม Non-OPEC นำโดยรัสเซีย ให้ข้อมูลว่าจะมีการขยายโควต้าการผลิตน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันลดลง ซึ่ง ราคาขายปลีกน้ำมันก็จะสะท้อนไปตามกลไกตลาดที่ลดลง

ซึ่งล่าสุด ปตท.มีการประกาศลดราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 61 ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดลง 50 สต./ลิตร เว้น E85 ลดลง 30 สตางค์/ลิตร

เทวินทร์ มองว่าราคาน้ำมันที่เหมาะสมคือประมาณ 60 เหรียญต่อบาเรล ทั้งยังกล่าวว่าแม้ ปตท. จะเป็นผู้ประกอบการด้านพลังงาน แต่ไม่ต้องการเห็นราคาน้ำมันขึ้นสูงจนเกินไป เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมัน ถึง 80% ของความต้องการใช้ ซึ่งหากราคาน้ำมันสูง ก็จะทำให้เกิดความเดือดร้อน ทั้งในส่วนของ ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ รวมถึงการดำเนินงานในประเทศด้วย

ส่วนการบริหารราคาน้ำมัน เทวินทร์  กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อ 6 เม.ย.61-28 พ.ค.61 ปตท. ภายในเวลาทั้งหมดประมาณ 50 วัน ปตท. มีการปรับลดน้ำมันลง 6 ครั้ง ปรับขึ้น 1 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง ปตท. ขายน้ำมันในราคาที่ต่ำกว่าปั๊มต่างชาติ 9 วัน จะเห็นได้ว่า ปตท. พยายามดูแลและบริหารราคาน้ำมันให้ขึ้นช้ากว่าที่อื่น แต่จะปรับลงอย่างรวดเร็ว

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่อินโฟกราฟฟิก ว่า ผู้บริหาร ปตท. เคยกล่าวว่าไม่ง้อลูกค้า เนื่องจากเน้นการส่งออกในต่างประเทศและจะมีการลดพนักงาน เทวินทร์ ชี้แจงว่า ตนไม่เคยพูดในลักษณะดังกล่าว ด้วยความสัตย์จริง เนื่องจาก ปตท. ดำเนินงานอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบทั้งต่อคู่ค้า ด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคมให้มีความยั่งยืนมาโดยตลอด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องของการลดพนักงาน เชื่อว่าไม่มีคนใน ปตท. กล่าวอย่างนั้นแน่นอน อย่างที่ผ่านมา เคยมีเหตุการณ์ราคาน้ำมันตกจากร้อยกว่าเหรียญ เหลือเพียง 20-30 เหรียญ แม้องค์กรจะตกอยู่ในสภาวะที่อยากลำบากแต่ก็ไม่เคยลดพนักงานลง ข่าวที่ว่า ปตท. จะลดพนักงานในโลกโซเชียลมีเดียในครั้งนี้จึงไม่เป็นความจริง

เทวินทร์ เชื่อว่า ผู้ที่ทำและเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้มีเจตนาไม่ดี ตั้งใจส่งข้อมูลที่เป็นเท็จสร้างความเสียหายและความเข้าใจผิดในสังคม ซึ่งกำลังดำเนินการตามกฏหมายเพื่อผิดผู้ที่เจตนากระทำการดังกล่าว เพื่อให้ได้รับผิดชอบการกระทำของตน และเป็นการสร้างวินัยในการส่งต่อข้อมูลในโลกโซเชียลมีเดียของสังคมไทยด้วย

ทั้งยังเผยว่า ส่วนตัวรู้สึกกังวลใจกับสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจาก 90% ของนักลงทุนใน ปตท. เป็น นักลงทุนรายย่อย ทั้งร้านค้า เอสเอ็มอีรายย่อยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีผลกระทบเกิดขึ้นก็จะส่งผลเสียต่อคนจำนวนมาก

“หากประชาชนไม่ใช้บริการที่ ปตท.เพราะบริการไม่ดี เพราะน้ำมันน้ำมันไม่มีคุณภาพ หรือเพราะไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ย่อมทำได้เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้บริโภค แต่ถ้าหากไม่ใช้บริการ ปตท. เพราะเป็นการเข้าใจที่ผิดว่าราคาน้ำมันสูงขึ้นเพราะ ปตท. เรามีหน้าที่ต้องชี้แจงให้เข้าใจ” เทวินทร์ กล่าว

ที่มา http://money2know.com