นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เผยงานคุ้มครองผู้บริโภคมีเป้าหมายเพื่อ คุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย ความเป็นธรรม และความสมประโยชน์

97

 

 

1100

 

นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่างานคุ้มครองผู้บริโภคมีเป้าหมายเพื่อ คุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย ความเป็นธรรม และความสมประโยชน์ จากการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันเพราะที่ผ่านมามีผู้บริโภคจำนวนมากถูกเอารัดเอาเปรียบจนสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบร้ายแรงต่อตัวผู้บริโภคเอง ด้วยเหตุนี้ จึงจัดตั้ง “วันคุ้มครองผู้บริโภค” ซึ่งตรงกับวันที่ 30 เมษายนของทุกปี

งานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขจะดูแลในเรื่องของ  ผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพ ได้แก่ อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย คลินิกแพทย์ โรงพยาบาลเอกชน เป็นต้น โดยกำกับดูแลทั้งในส่วนก่อนสินค้าออกสู่ท้องตลาด (Pre-marketing) และสินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาด (Post-marketing) รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้บริโภคด้วยสถานประกอบการสำคัญที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในจังหวัด ได้แก่ ร้านขายยา สถานพยาบาลเอกชน สถานประกอบการผลิตอาหาร เป็นต้น

งานที่อาจคุยได้ว่าทำได้ดีในส่วนของสาธารณสุข ได้แก่ อาหารปลอดภัย และความปลอดภัยด้านยา ผลิตภัณฑ์อาหารที่น่าจะเป็นตัวแทนอาหารทั้งหมดได้แก่ น้ำดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทและน้ำแข็ง โดยสถานการณ์ปัญหาหลายปีที่ผ่านมาพบว่า ตัวอย่างน้ำดื่มและน้ำแข็งที่เก็บส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการจะตกมาตรฐานประมาณร้อยละ ๓๐ แต่ในปีที่แล้วพบว่าตกมาตรฐานน้อยลงเหลือร้อยละ ๑๐  สำหรับความปลอดภัยด้านยานั้น ตัวชี้วัดที่สำคัญคือ ปริมาณยาชุดอันตรายในร้านขายยาและร้านชำลดลงน้อยกว่าร้อยละ ๓ ซึ่งนับว่าน่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามการเฝ้าระวังความไม่ปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารและยาต่างๆ ก็ยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกๆปี1120

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ยาที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ในพื้นที่ห่างไกล คือ ยาแผนโบราณหรือยาลูกกลอนผสมสารสเตียรอยด์ ซึ่งมีการลักลอบผลิตและขายกันอย่างแพร่หลาย เป็นอันตรายแก่ผู้หลงเชื่อซื้อหามาทาน นอกจากจะไม่หายจากโรคแล้ว ยังได้รับอันตรายจากพิษของสารสเตียรอยด์อีก ทำให้ร่างกายบวม ภูมิต้านทานโรคลดลง กระดูกผุ และอาจเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้อีกด้วย

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่พบว่า จะช่วยคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการเลือกบริโภคสินค้าและบริการนั้น คือ “ ความรู้ ”  ในรายละเอียดของสินค้าหรือบริการที่เราจะซื้อหามาบริโภคนั่นเอง  ที่จะเป็นตัวตัดสินว่า ผู้บริโภคคนนั้นจะสามารถคุ้มครองตนเองได้ดีเพียงใด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้บริโภคจะรู้เรื่องสินค้าอย่างครบถ้วนไปทุกๆชนิด  เพราะมีสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดทุกวัน     สรุปแล้ว หน้าที่การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับวงจรการบริโภค ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า สินค้าและบริการ ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วนต้องดำเนินการไปพร้อมๆกัน โดนมีเป้าหมายที่ ความปลอดภัย ความเป็นธรรม และความสมประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นสำคัญ  ก็หวังว่า ในวันคุ้มครองผู้บริโภค ๓๐ เมษายนนี้ ผู้บริโภคทุกคนจะได้รับความปลอดภัย ความเป็นธรรม และความสมประโยชน์ จากการบริโภคสินค้าและบริการกันทุกคน1130